หน้าแรก
ข่าวสาร
ชมรมจิตแพทย์เด็กและ
วัยรุ่นแห่งประเทศไทย
คณะกรรมการ
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
บทความสำหรับประชาชน
บทความสำหรับแพทย์
แนวทางการรักษา
โรงพยาบาลที่มีบริการด้าน จิตเวชเด็กและวัยรุ่น
สถานที่ทำงานจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
สมัครสมาชิก

หนังสือแนะนำ
 
การออกกำลังกายในขณะตั้งครรภ์

          ช่วยให้แม่แข็งแรง โดยเฉพาะกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานจะมีความยืดหยุ่น กระชับ ทำให้การเบ่งคลอดมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ลดอาการปวดหลัง นอกจากนี้ยังช่วยให้จิตใจผ่อนคลาย และนอนหลับสนิท ดังนั้นสตรีตั้งครรภ์ทุกคนควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในช่วงการตั้งครรภ์ระหว่าง 4-7 เดือน
          แม่ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคปอด เบาหวานและต่อมธัยรอยด์เป็นพิษที่ยังควบคุมอาการไม่ได้ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการตั้งครรภ์เช่น ครรภ์แฝด เคยคลอดก่อนกำหนด เคยแท้ง หรือมีเลือดออกทางช่องคลอดจากภาวะรกเกาะต่ำ ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์ก่อนการออกกำลังกาย

ออกกำลังกายอย่างไรจึงจะปลอดภัย

           1. ออกกำลังสม่ำเสมออย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งในช่วงเวลาเช้าหรือเย็น
          2. เตรียมร่างกายให้อบอุ่นและยืดกล้ามเนื้อก่อนประมาณ 10-15 นาทีก่อนออกกำลังกาย ออกกำลังกายต่อเนื่องประมาณ 20-30 นาที แล้วค่อยออกกำลังกายเบาๆ แบบผ่อนคลายอีก 10-15 นาที ก่อนหยุด
          3. อย่าออกกำลังกายจนเหนื่อยหอบ หรือหัวใจเต้นเร็วเกิน 125-140 ครั้งต่อนาที เมื่อเหนื่อยให้หยุดพักและดื่มน้ำมากๆ แต่ช้าๆ
          4. อย่าออกกำลังในสถานที่ที่อากาศร้อน หรือการถ่ายเทอากาศไม่ดี เลือกรองเท้าที่ขนาดพอดี มีแผ่นรองฝ่าเท้า เสื้อผ้าที่ใส่ไม่คับจนเกินไป โปร่งและแห้งเร็ว เลือกขนาดยกทรงที่กระชับพอดีและสามารถรองรับน้ำหนักของเต้านมที่ขยายใหญ่ขึ้นได้
          5. ควรออกกำลังกายเป็นประจำ และเพิ่มปริมาณอาหารอีก 300 กิโลแคลอรี่ต่อวัน
          6. เลือกวิธีการออกกำลังกายที่ไม่หักโหมหรือโลดโผนจนเกินไป ได้แก่ การเดิน การถีบจักรยานอยู่กับที่ ว่ายน้ำ กายบริหารแบบยืดเส้น การบริหารกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกราน เป็นต้น ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังแบบหักโหม หรือกีฬาที่หนักเกินไป เช่น ขี่ม้า ยูโด วิ่ง เทนนิส ดำน้ำ เป็นต้น
          เมื่อมีอาการดังต่อไปนี้ ควรหยุดการออกกำลังกาย และปรึกษาแพทย์ ได้แก่ อาการปวดท้องเป็นพักๆ ร่วมกับมีการหดรัดตัวของมดลูก มีเลือดหรือน้ำใสๆไหลออกทางช่องคลอด รู้สึกหน้ามืดหรือเป็นลม หัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ เดินเหินหรือทรงตัวลำบาก ปวดหลังหรือหัวเหน่ามาก มีภาวะแทรกซ้อนเกี่ยวกับการตั้งครรภ์เช่น ครรภ์เป็นพิษ ทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์ ทารกในครรภ์ดิ้นน้อยลง เป็นต้น

<<Back

 

 
Copy Right 2005 © Child and Adolescent Psychiatric Society of Thailand
Designed by SYSTOP CO.,LTD.