หน้าแรก
ข่าวสาร
ชมรมจิตแพทย์เด็กและ
วัยรุ่นแห่งประเทศไทย
คณะกรรมการ
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
บทความสำหรับประชาชน
บทความสำหรับแพทย์
แนวทางการรักษา
โรงพยาบาลที่มีบริการด้าน จิตเวชเด็กและวัยรุ่น
สถานที่ทำงานจิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น
สมัครสมาชิก
หนังสือแนะนำ
 

ส่วนที่ 5
ปัญหาที่พบบ่อยในเด็กวัยเรียน

โดนเพื่อนแกล้ง

          ความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในสังคมปัจจุบันนั้นได้ส่งผลกระทบถึงเด็กๆอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีเด็กจำนวนมากที่ถูกเพื่อนแกล้งหรือล้อเลียนทั้งในรูปแบบของการทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ แกล้งเพื่อความสนุก(ซึ่งแน่นอนว่าเด็กที่ถูกแกล้งไม่สนุกด้วย) พูดให้ได้อาย เช่นพูดถึงปมด้อยของเด็ก พูดว่าร้ายบุคคลในครอบครัวเด็ก การที่เด็กถูกแกล้งจะทำให้เด็กหวาดกลัวและหลีกเลี่ยงสถานการณ์นั้น บ่อยครั้งที่ทำให้เด็กไม่อยากไปโรงเรียน

          สาเหตุ1. มีลักษณะน่าถูกแกล้ง เช่น ตัวเล็กกว่าเพื่อน สายตาสั้นต้องสวมแว่น อ้วนอุ้ยอ้าย เชื่องช้า ผิวคล้ำมากหรือขาวมาก สูงและผอมมาก หรือแม้แต่การที่เด็กมาจากพื้นเพทางครอบครัวที่แตกต่างจากเพื่อน โดยบุคลิกภาพของเด็กที่โดยแกล้งก็มักมีลักษณะเป็นคนที่สมยอม ไม่ค่อยโต้ตอบใคร ขี้อาย ชอบเก็บเรื่องต่างๆไว้กับตัวมากกว่าที่จะบอกคนอื่น
          2. เจอะเจอกับเด็กที่ชอบแกล้งคนอื่น หรือหลีกเลี่ยงไม่เป็น เด็กที่ชอบแกล้งคนอื่นมักมีปัญหาพฤติกรรมอยู่ก่อนแล้วทำให้ถูกลงโทษรุนแรงจากพ่อแม่ จึงไปแก้แค้นกับคนอื่น หรือในครอบครัวที่มีความรุนแรง เช่น พ่อแม่มีการทำร้ายร่างกายกัน ความรุนแรงย่อมส่งผลถึงเด็ก เด็กจะซึมซับความรุนแรงจนรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องปกติที่เมื่อที่เขาโกรธเขาสามารถใช้ความรุนแรงจัดการปัญหาได้
          3. เจตคติ สิ่งที่พ่อแม่ปลูกฝังมีผลต่อเด็กเสมอ สอนให้ก้าวร้าวก็จะก้าวร้าว สอนให้ยอมคนเด็กก็ถูกเอาเปรียบ เช่น บางครอบครัวที่สอนลูกว่าคนที่ไม่สู้คนคือคนที่ขี้ขลาด และพ่อแม่ก็มักชื่นชมเมื่อลูกมาเล่าให้ฟังว่าได้ต่อสู้กับใครมา หลายครั้งการต่อสู้นั้นเด็กเป็นคนทำให้เกิดเรื่องขึ้น แต่เมื่อเด็กได้รับแรงเสริมก็มีแนวโน้มว่าพฤติกรรมนี้จะยังคงอยู่ต่อไป

การช่วยเหลือ
          บทบาทของพ่อแม่ในการช่วยเหลือลูกที่ถูกรังแกนั้นค่อนข้างละเอียดอ่อน ถ้าพ่อแม่จัดการปัญหานี้ด้วยตัวของพ่อแม่เองเร็วเกินไป แม้ว่าลูกจะไม่โดนแกล้งอีกต่อไปแต่อาจเสียโอกาสที่ลูกจะได้ฝึกฝนการแก้ปัญหาด้วยตัวเอง และประเด็นที่สำคัญคือเด็กอาจถูกเพื่อนมองว่าเป็นคนขี้ฟ้อง
          เด็กในวัยเรียนจะได้รับอิทธิพลจากเพื่อนอย่างมากเพราะเด็กใช้เวลาอันยาวนานอยู่ในโรงเรียน และสังคมของเด็กก็ขึ้นอยู่กับกลุ่มเพื่อน การที่เด็กถูกเพื่อนมองในทางลบย่อมส่งผลต่อการมองเห็นคุณค่าในตนเอง ของเด็กอย่างหลีกเลี่ยงมิได้ ดังนั้นถ้าลูกถูกแกล้งอย่างไม่รุนแรงนักและลูกยังไปเรียนได้ตามปกติ แทนที่พ่อแม่จะไปช่วยจัดการทันที ควรให้เด็กลองจัดการปัญหาด้วยตัวเองก่อนโดยแนะนำให้เด็กมีท่าทีที่หนักแน่นมั่นคงขึ้น กล้าที่จะตอบโต้คนที่มารังแกด้วยวิธีการที่เหมาะสม การฝึกซ้อมเสมือนสถานการณ์จริงจะช่วยให้เด็กสามารถนำทักษะนี้มาใช้ได้ทันทีที่เกิดปัญหา
          กรณีที่มีการรังแกกันอย่างรุนแรงและอันตราย การร่วมมือในการแก้ปัญหานี้ทั้งครูและผู้ปกครองเป็นเรื่องที่จำเป็น ครูควรมีบทบาทสอดส่องดูแลและเข้าแทรกแซงอย่างทันท่วงทีเมื่อมีแนวโน้มว่าจะเกิดความรุนแรงขึ้น ในบางสถานการณ์อาจต้องจัดกลุ่มหรือจัดชั้นเรียนให้เด็กใหม่ เด็กที่ชอบแกล้งคนอื่นควรได้รับการประเมินทางจิตเวช หลายคนมาจากครอบครัวที่มีความรุนแรง และหลายคนเป็นโรคที่ถ้าได้รับการรักษาอย่างเหมาะสมเด็กจะมีพฤติกรรมที่ดีขึ้นอย่างมาก เช่น โรคสมาธิสั้น พ่อแม่ของเด็กที่ถูกแกล้งและแกล้งคนอื่นควรติดต่อกันเพื่อหาวิธีการช่วยเหลือเด็กทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งโดยทั่วไปจะมีปัญหาทั้งคู่

<<Back

 

 
Copy Right 2005 © Child and Adolescent Psychiatric Society of Thailand
Designed by SYSTOP CO.,LTD.